สวัสดียามเช้า หลังจากนอนหลับแบบงงบนเครื่องบิน ก็โดนปลุกตื่นตั้งแต่ก่อนตี 5 (เวลาไทย) มากินข้าวเช้าบนเครื่องบินของหางแดง Air Asia X มื้อเช้าวันนี้คือ ข้าวไก่ย่าง พร้อมน้ำจิ้มแจ่ว อร่อยใช้ได้เลยนะ หลังจากกินเสร็จก็งีบต่อได้ มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนล้อแตะพื้นเรียบร้อย และแล้วเราก็มาถึงที่
สนามบิน New Chitose Airport เมื่องซัปโปโร เกาะฮอกไกโด มาถึงเวลาประมาณ 9 โมงญี่ปุ่น (เวลาเร็วกว่าไทย 2 ชม) ลงเครื่องมาก็ต่อแถวตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งแถวยาวมากกกกก จากนั้นก็ไปรับกระเป๋า พอจะเข็นออกมาก็เจอพี่ ตม ใจดี ขอตรวจกระเป๋านิดนึง แน่ละก็ไม่ขัดข้องเพราะขาไปกระเป๋าเบา ๆ กว่าคณะทัวร์จะออกมากันได้ครบคนก็ 10:45 เลยทีเดียว
ได้เวลาอันเหมาะสมก็ขึ้นรถทัวร์เพื่อเดินทางไปยัง
สวนชิกิไซโนะโอกะ Shikisai no Oka อยู่ที่เมือง
บิเอะ เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางเกาะฮอกไกโด ห่างจากสนามบินประมาณ 3 ชม ระหว่างทางมีแวะเข้าห้องน้ำ 1 รอบ ก็ขอแชะภาพซักหน่อย
 |
| มาญี่ปุ่น ถ่ายกับป้ายภาษาญี่ปุ่นซักหน่อย เดี๋ยวไม่รู้ว่ามาถึง |
 |
| บรรยากาศดูเงียบสงบ จนรู้สึกแปลก ๆ ว่าคนหายไปไหนกันหมด |
 |
| ของญี่ปุ่นดูน่ารัก น่าซื้อ แต่ไม่ซื้อ เอ๊ะยังไง |
 |
| มีแต่ของดูกวน ๆ แต่น่ารัก |
จากนั้นนั่งยาวไปกินข้าวเที่ยง ซึ่งกว่าจะได้กินจริงๆ ก็ปาไปบ่ายโมงครึ่งแล้ว มื้อเที่ยงวันนี้เป็นบุฟเฟ่ต์จ้า บอกเลยว่าโดนใจมากเพราะหิวอย่างแรง อาหารน่ากินหลายอย่าง แต่ทีเด็ดคงเป็น หอยเชลล์อบเนยตัวอบอ้วน และเนื้อแกะเจงกีสข่านที่ผัดมาได้อย่างกลมกล่อม ราเมงโชยุ ก็อร่อยโดนใจมาก อ้อ กิมจิ ก็อร่อย กินแล้วแก้เลี่ยนได้เดีเลยทีเดียว นอกนั้นก็เฉยๆ ครับ ลืมบอก...น้ำเปล่าอร่อย สดชื่น เย็นชื่นใจ
 |
| คนมหาศาล มาถึงต้องรอคิวก๋อนเข้าไปกิน |
 |
| บรรยากาศวุ่นวาย |
 |
| ตักมาชิมอย่างละนิดละหน่อย อาจดูไม่น่ากิน แต่ก็อร่อยนะ เทมปุระฟักทอง หวานมาก |
 |
| เนื้อแกะผัดกะทะร้อน กับหอยเชลล์อบเนย เติมไปหลายรอบ กินหยดสุดท้าย |
กินจนอืดก็ได้เวลาเดินเล่นในร้านอาหาร มีของขายเกี่ยวกับลาเวนเดอร์มากมายให้เลือกสรร ถือว่าเป็นการเริ่มต้นการดูดเงินได้ดีเลยทีเดียว
เดินย่อยเสร็จก็ได้เวลากลิ้งขึ้นรถ พร้อมกับการหมุนของล้อเพื่อไปยัง
สวนชิกิไซโนะโอกะ Shikisai no Oka ดูนาฬิกาตอนออกมาก็บ่าย 2:40 แล้วนะนี่จะไปเที่ยวทันมั้ยเนี่ย... โชคดีที่สวนอยู่ไม่ไกลจากที่กินข้าวเที่ยงมาก ยังไม่ทันได้หลับก็มาถึงจุดหมาย อากาศวันนี้ไม่ร้อน ไม่หนาว เดินชมดอกไม้ได้สบาย
3 รูปบนเป็นฝีกล้องของแฟนสาว ส่วน 3 รูปด้านล่างถ่ายเอง คงไม่ต้องบอกนะครับว่า ฝีมือใครเหนือกว่ากัน
เนื่องจากมีเวลาเดินเที่ยวที่จำกัดเพียง 1 ชม. ทำให้ต้องรีบแชะเก็บบรรยากาศโดยรอบอย่างรวดเร็ว น่าเสียดายดอกไม้ยังบานไม่เต็มที่ ถ้ามาช่วงปลายเดือนน่าจะสวยกว่านี้ แต่โดยรวมก็สวยงาม พอขึ้นรถก็มุ่งสู่จุดหมายต่อไปคือ
โทมิตะฟาร์ม Tomita Farm ที่น่าจะเรียกว่าเป็นไฮไลท์ของการมาชมดอกไม้ที่ฮอกไกโดเลย จุดเด่นของที่นี่ก็คือดอกลาเวนเดอร์ ที่มีมุมให้ถ่ายรูปมากมาย พร้อมไอติมลาเวนเดอร์ ที่น่าลิ้มลอง ที่นี่ก็มีเวลาเดินเล่นเก็บรูปอีก 1 ชั่วโมง ที่โทบิตะฟาร์ม ไม่ได้กว้างใหญ่เหมือน สวนชิกิไซโนะโอกะ ก็เลยทำให้มีเวลาถ่ายรูปได้หลากหลายมุมกว่า วิวจะให้ความรู้สึกแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันก็คือ ดอกไม้ยังบานไม่เต็มที่เหมือนกัน =__=
ก็เช่นเคยครับ ด้านบนคุณแฟนเป็นคนถ่าย ส่วนด้านล่างผมถ่ายเอง ต้องย้ำอีกรอบว่า ไม่ต้องบอกก็รู้เนอะว่าใครฝีมือเหนือกว่ากัน ส่วนรูปสุดท้ายขอชุดนี้คือไอติมลาเวนเดอร์ ที่ถ่ายรูปไม่ทัน โดยเขมือบไปก่อน :p
พอถึงเวลานัดตอน 5 โมงครึ่งก็ได้เวลา กระโดดขึ้นรถ หลับตาพักผ่อน เพื่อเดินทางไปยัง
Hotel Mount Racey ซึ่งห่างไป 2 ชม โดยโรงแรมนี้ตั้งอยู่ที่เมืองยูบาริค โรงแรมนี้มาลานสกีด้วยนะ คาดว่าถ้ามาหน้าหนาวคงจะพีคมากมาย มาถึงห้องพักก็เก็บภาพต่าง ๆ ภายในดูซักหน่อยก่อนแล้วกัน
หลังจากเอากระเป๋าเข้าห้องพักก็ได้เวลาของอาหารเย็น มื้อนี้เป็นบุฟเฟต์โรงแรมที่พัก ซึ่งมีทีเด็ดคือมี เมล่อน ให้ได้หม่ำแบบไม่จำกัด ก็เลยโซ๊ยกันอย่างเมามันส์ คาดว่าน่าจะกินไปคนละลูกได้ ส่วนขาปู ไม่ค่อยโดนครับ พอดีแกะปูไม่ค่อยเป็น เลยขี้เกียจกิน กินเมล่อนรัว ๆ ดีกว่าเนอะ (รูปอาหารอาจไม่น่ากิน พอดีมือสั่น รีบถ่ายรูป รีบไปกิน)
หลังจากกินเสร็จก็ได้เวลากลับไปยังห้องนอน แต่ด้วยสภาพท้องที่ตึงเปรี้ยะ ก็เลยถือโอกาสเดินย่อยไปยังร้านมินิมาร์ทที่อยู่ใกล้ ๆ โรงแรมดูว่ามีขนมอะไรให้ซื้อกินบ้าง แต่สุดท้ายก็ได้เบียร์กับโยเกิร์ตมาอย่างละ 1 ชิ้น... พอกลับมาโรงแรมก็ได้เวลาไปลองแช่ออนเซ็นดู เอาวะไหน ๆ ก็มาญี่ปุ่นละของลองหน่อยละกัน
 |
| แช่ออนเซ็นเสร็จ ก็จิบเบียร์เย็น ๆ แล้วก็หลับเป็นตาย |
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น