วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ครึ่งคึ่ง กลางกาง: เหงา

"เหงา" คำสั้น ๆ ที่บรรยายอารมณ์ช่วงหนึ่งของมนุษย์ทุกคน เพราะทุกคนต้องเคยเหงา ไม่ว่าจะเหงาเพราะการต้องอยู่คนเดียว เหงาเพราะความไม่เข้าใจ หรือเหงาเพราะการคิดถึงคะนึงหา ความเหงาจะคงอยู่นานหรือสั้นขึ้นกับจิตใจ เพราะมีเพียงคนที่เหงาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าตนเองนั้นหายเหงาแล้วหรือยัง

แม้นโลกนี้จะมีเทคโนโลยีก้าวหน้าเพียงใด แต่ความเหงาก็ยังคงอยู่รอบตัวเหมือนดั่งเช่นวันวาน บางทีก็แอบคิดว่ามนุษย์เราอาจจะเหงากว่าอดีตที่ผ่านมา เพราะเรามีความ "คาดหวัง" ที่มากขึ้นจากเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ยิ่งทำให้ความเหงาติดจรวดตามอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของเรา

แต่ละคนนิยามความเหงาไม่เหมือนกัน บ้างก็ว่าเหมือนดั่งกายเปล่าเปลือยท่ามกลางลมฝนที่หนาวเย็น เปียกปอนไปถึงหัวใจ บ้างก็ว่าเหมือนยืนท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บกัดกินไปทั้งกายและใจให้ต้องสั่นสะท้าน บ้างก็ว่าเหมือนอยู่ในทะเลทรายกลางแดดร้อนที่แผดเผาแม้ก้อนหินยังต้องละลาย แล้วใจที่บอบบางอย่างเราท่านหรือจะทนได้

ไม่ว่าความเหงาของคุณจะนิยามแบบไหน มันก็ล้วนเป็นความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดและทนทรมาน กับการอยู่คนเดียว กับความลำพังที่ไร้ที่สิ้นสุด ยิ่งถ้าเราปล่อยความเหงาไว้นานเกินไป มันอาจกัดกินหัวใจของเราให้เจ็บปวด จนเราด้านชา ถ้าเราปล่อยให้ใจแตกสลายไปเป็นเพียงธุรี หัวใจเราก็จะถูกแทนที่ด้วยความเหงา จนกลายเป็นตัวตนของเรา มนุษย์เหงา...

ปล. นาน ๆ ทีอารมณ์ติสจะออกมาปรากฏตัวให้ได้ยลโฉม อยากเขียนเเรื่องเกี่ยวกับศรัทธาหรืออะไรบวก ๆ แต่ดันฟังเพลงเศร้า มันเลยกลายเป็นเรื่องนี้ ซะงั้น

ปล2. รู้ตัวว่าเขียนไม่ดี ใครมีคำแนะนำอะไรก็บอกมาได้นะครับ ผมไม่ใช่น้ำเต็มแก้วแน่นอน เพราะหุ่นอย่างผมต้องแท็งค์น้ำ แก้วมันเล็กไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น