วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รีวิวหนังสือ: เดอะลาสต์เลกเชอร์ (The Last Lecture)

ผมได้มีโอกาสหยิบหนังสือเก่า ๆ ขึ้นมาอ่าน และ เดอะลาสต์เลกเชอร์ (The Last Lecture) ก็เป็นเล่มที่ผมเลือกมาอ่านล่าสุด เพราะหนังสือมีขนาดกระทัดรัดบวกกับหน้าปกและชี่อเรื่องที่น่าสนใจเลยได้หยิบมาอ่านอีกรอบ ต้องบอกก่อนเลยว่าถึงแม้จะเคยอ่านไปแล้วรอบหนึ่งก็ตาม แต่ด้วยความสามารถในการจดจำอันจำกัดของผมทำให้ลืมไปหมดสิ้นแล้ว(ซื้อมาตั้งแต่ปี 2008) ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นการอ่านรอบ 2 ที่ไม่มีความทรงจำของรอบแรกเลย

เดอะลาสต์เลกเชอร์ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องการปาฐกถาครั้งสุดท้ายของ แรนดี เพาซ์(Randy Pausch) ชายผู้มี "ช้างเบิ้มในท้องของเขา" ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาใช้ในการเรียกแทนก้อนเนื้องอกสิบก้อนในตับอ่อนของเขา ชายผู้นี้ได้รับการวินิจฉัยจากคุณหมอว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 2 เดือน... ถ้าเป็นคุณหล่ะ คุณจะทำยังไงกับชีวิต? สำหรับแรนดี ชายผู้มองชีวิตผ่านความจริงและความหวัง นอกจากการเตรียมตัวจัดการเรื่องต่าง ๆ ในครอบครัวสำหรับการจะจากไปของเค้าแล้ว แรนดียังได้เลือกที่จะทำสิ่งที่ลูกทั้ง 3 ของเค้า และคนอื่น ๆ จะสามารถจดจำเค้าได้ในแบบที่เป็นตัวเค้าที่สุด แรนดี้เลือกที่จะขึ้นเวทีเพื่อกล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับ "เลกเชอร์ครั้งสุดท้าย" หัวข้อที่เป็นประเพณีของทางมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน(Carnegie Mellon University) ที่บรรดาศาสตราจารย์หลาย ๆ ท่านเคยแสดงปาฐกถาไว้ โดยศาสตราจาร์ยนั้นจะถูกขอให้ทบทวนถึงความตายของตนเองและบรรยายถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตในปาฐกถานี้


สำหรับแรนดี ปาฐกถานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องสมมุติแต่มันเป็นเรื่องจริง เพราะชีวิตของเค้าใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเข้าไปทุกที แรนดีสามารถเลือกเรื่องที่จะพูดได้มากมายเกี่ยวกับความตายที่เค้ากำลังเผชิญหน้าอยู่ แต่เค้ากลับมองว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดและเลือกที่จะใช้เป็นหัวข้อในการปาฐกถา คือ "ทำความฝันวัยเด็กของคุณให้เป็นจริงได้อย่างแท้จริง (Really Achieving Your Childhood Dreams)" นอกจากแรนดีจะเอ่ยถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของฝันวัยเด็กของเขาแล้ว แรนดียังพูดถึงการผจญภัยและบทเรียนที่ได้รับจากการกระทำต่าง ๆ นั้น แรนดียังบอกกับทุกคนด้วยว่า อย่าลืมที่จะเติมเต็มความฝันให้คนรอบตัวด้วยเพราะสิ่งนั้นก็สำคัญไม่แพ้การเติมเต็มฝันของคุณเอง แรนดียังแนะนำการใช้ชีวิตที่เหมาะสมให้กับทุกคนจากประสบการณ์ที่เขาได้เรียนรู้มา

การอ่านหนังสือเล่มนี้น่าจะช่วยให้คุณมองภาพอะไรแตกต่างออกไป บ้างก็ชัดขึ้น บ้างก็กว้างขึ้น แต่ผมรับรองว่าคุณจะต้องได้เรียนรู้อะไรไม่มากก็น้อยจากหนังสือเล่มนี้แน่นนอน เหมือนที่ผมได้เรียนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่นั้นไม่สำคัญว่าคุณจะอยู่นานแค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือคุณใช้เวลาคุ้มค่าแค่ไหน ขอให้มีความสุขในการอ่านครับ....สวัสดี

สำหรับผู้ที่ขี้เกียจอ่าน คุณสามารถฟังปาฐกถานี้ได้จากวีดีโอข้างล่างเลยครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น